ฟอร์ม บรูโน่ ตัวแปรผีจะเข้าสู่ “คริสต์มาสหายนะ” หรือ “การคืนชีพสู่ยุโรป”

สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester United) กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญที่สุดของฤดูกาล เพราะภายในเดือนธันวาคมที่อัดแน่นไปด้วยโปรแกรมการแข่งขัน ทีมจะได้รู้ชัดเจนว่า พวกเขายังมีโอกาสลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (UEFA Champions League) หรือไม่ หลังจากฟอร์มผลงานเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ด้วยชัยชนะกลับมาแบบพลิกล็อกเหนือ คริสตัล พาเลซ (Crystal Palace) ซึ่งช่วยยกบรรยากาศโดยรวมของทีมให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง สถานการณ์ในพรีเมียร์ลีกปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คล้ายกับบรรยากาศของ เดอะ แชมเปียนชิพ (The Championship) เพราะช่องว่างคะแนนของหลายทีมใกล้เคียงกันอย่างมาก ทีมท้ายตารางสามารถเอาชนะทีมบนหัวตารางได้ทุกเมื่อ และทำให้การแข่งขันตลอดช่วงฤดูกาลดูยากจะคาดเดา อย่างไรก็ตาม โปรแกรมหนักหนาสาหัสของเดือนธันวาคม และการเริ่มต้นของศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ (Africa Cup of Nations) จะทำให้รูปแบบตารางคะแนนเริ่มชัดเจนขึ้น รวมถึงเส้นทางความหวังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองด้วย

โปรแกรมเดือนธันวาคม “ง่ายสุดเป็นอันดับสาม”  แต่ไม่มีอะไรแน่นอนสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด

อโมริม คริสมาสต์

บริษัทข้อมูลชื่อดัง ออปต้า (Opta) ระบุว่า ทีมของ รูเบน อาโมริม (Ruben Amorim) มีโปรแกรมแข่งขันที่ง่ายเป็นอันดับสามในช่วงเทศกาลคริสต์มาส รองจากเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Manchester City) และ ลิเวอร์พูล (Liverpool) เท่านั้น โดยมีถึง 4 เกมในบ้าน และอีก 2 เกมพบทีมบ๊วยอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (Wolves) แต่ถึงแม้ตัวเลขจะชี้ว่าเป็น “โปรแกรมง่าย” ทว่าแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างรู้ดีว่า “คำว่าเกมง่าย ไม่มีอยู่จริงสำหรับทีมชุดนี้” เพราะฟอร์มการเล่นที่ผันผวนและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาตลอดหลายปี ทำให้ไม่มีใครคาดเดาได้เลยว่า ผลลัพธ์จากแต่ละเกมจะออกมาเช่นไร เกมแรกของเดือนจะพบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (West Ham United) ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด (Old Trafford) ซึ่งเป็นจุดทดสอบสำคัญ เพราะครั้งล่าสุดที่เล่นในบ้าน ยูไนเต็ด กลับพ่าย เอฟเวอร์ตัน (Everton) ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คนเกือบทั้งเกม ผลงานแบบนี้ทำให้การเล่นในบ้านไม่ได้เป็นจุดแข็งเหมือนเช่นอดีตอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น เวสต์แฮม เคยทำ “ดับเบิล” ใส่ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลก่อน และยังเป็นเกมสุดท้ายในยุคของ เอริก เทน ฮาก (Erik ten Hag) ขณะที่กุนซือคนปัจจุบันของขุนค้อนอย่าง นูโน่ เอสปิริโต ซานโต้ (Nuno Espirito Santo) ก็เคยเอาชนะ อาโมริม สมัยรับงานที่ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (Nottingham Forest) มาก่อนด้วย แม้ ลูคัส ปาเกต้า (Lucas Paquetá) จะติดโทษแบนจากใบแดงในเกมกับ ลิเวอร์พูล แต่ ยูไนเต็ด ก็ยังต้องเล่นด้วยความรอบคอบ เพราะความผิดพลาดเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนเกมได้ทันที หลังจากนั้น ยูไนเต็ด ต้องบุกไปเยือนสนาม โมลินิวซ์ (Molineux) ของ วูล์ฟส์ (Wolves) ซึ่งเป็นสนามที่มีผลการแข่งขันไม่แน่นอนเสมอ แม้ฤดูกาลก่อน มาเธอุส คุนญ่า (Matheus Cunha) จะยิงประตูจากลูกเตะมุมเข้าไปแบบสุดเหลือเชื่อก็ตาม เรื่องที่น่าสนใจที่สุดคือ “บั๊กประหลาด” ของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส (Bruno Fernandes) ในการเจอกับ วูล์ฟส์ และ เวสต์แฮม เพราะในบรรดา 19 ทีมในพรีเมียร์ลีกที่เขาเคยดวลด้วย กัปตันชาวโปรตุเกสรายนี้ยิงประตูไม่ได้เลยเพียง 3 ทีม คือ วูล์ฟส์, เวสต์แฮม และ ซันเดอร์แลนด์ (Sunderland) ซึ่งจำนวนการเจอกับสองทีมแรกมากถึง 24 นัด แต่ไม่เคยยิงประตูได้เลย ทำให้สถิตินี้ถูกเรียกว่า “เกือบเป็นข้อผิดพลาดทางระบบ” ของนักเตะที่ปกติทำประตูได้ในแทบทุกสถานการณ์ โปรแกรมถัดมาคือการเปิดบ้านรับ บอร์นมัธ (Bournemouth) ในรายการ มันเดย์ ไนท์ ฟุตบอล (Monday Night Football) วันที่ 15 ธันวาคม แม้ทีมเยือนจะเก็บได้เพียง 1 คะแนนจาก 5 นัดหลัง แต่ประวัติของการเจอกันชี้ชัดว่า ยูไนเต็ด มักเจอปัญหาเสมอ ตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา ยูไนเต็ด ไม่เคยเอาชนะ บอร์นมัธ เลย แถมยังแพ้ใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทั้งสองครั้งด้วยสกอร์เดียวกัน 3-0 และทั้งสองนัดก็มักเกิดขึ้นในเดือนธันวาคมอีกด้วย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทีมมีสถิติเลวร้ายที่สุดต่อเนื่องหลายปี ใน 14 เกมพรีเมียร์ลีกช่วงเดือนธันวาคมในสองฤดูกาลหลังสุด ยูไนเต็ด ชนะเพียง 4 นัด และแพ้มากถึง 9 นัด แถมยังตกรอบ ยูฟ่า ยูโรปาลีก (UEFA Europa League) ปี 2023 และตกรอบ ลีกคัพ (League Cup) ปี 2024 อีกด้วย เดือนนี้จึงเป็น “เดือนอาถรรพ์” ของทีมโดยแท้จริง

บททดสอบใหญ่ก่อนคริสต์มาส แอสตัน วิลล่า และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

เกมที่ยากที่สุดของเดือนคือการเผชิญหน้ากับ แอสตัน วิลล่า (Aston Villa) และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด (Newcastle United) ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงในการแย่งพื้นที่ยุโรป แมนฯ ยูไนเต็ด มักทำผลงานได้ดีที่ วิลล่า พาร์ค (Villa Park) ในช่วงหลัง แต่ฝั่ง นิวคาสเซิล เคยบุกมาชนะ 2-0 ในปลายปีที่แล้ว และเป็นหนึ่งในค่ำคืนที่ตกต่ำที่สุดของทีม เมื่อ โยชัว เซิร์กซี (Joshua Zirkzee) ถูกแฟนบอลโห่ไล่ออกจากสนาม อย่างไรก็ตาม ประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของ เซิร์กซี ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว รวมถึงประตูชัยของ เมสัน เมาท์ (Mason Mount) ในเกมชนะ คริสตัล พาเลซ เป็นสัญญาณบวกสำหรับทีม เพราะผู้เล่นอย่าง ไบรอัน เอ็มบูโม่ (Bryan Mbeumo) และ อาหมัด ดิยัลโล่ (Amad Diallo) เตรียมเดินทางไปแข่ง แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ หลังจบเกมกับ บอร์นมัธ ทำให้สโมสรต้องพึ่งพานักเตะที่ฟอร์มกำลังมา เดือนธันวาคมนี้จะเป็นตัววัดชะตาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง หากพวกเขาเก็บชัยชนะในเกมที่ควรชนะได้ทั้งหมด พร้อมยกระดับฟอร์มในเกมใหญ่ ผลลัพธ์ที่ได้อาจพอทำให้ทีมกลับมามีลุ้นโควต้า แชมเปียนส์ลีก แต่หาก “เดือนอาถรรพ์” เล่นงานพวกเขาอีกครั้ง ความฝันทั้งหมดอาจพังครืนลงก่อนเข้าสู่ปีใหม่ และหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะกำหนดทิศทางนี้ก็คือฟอร์มของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ผู้ที่ “สถิติผิดธรรมชาติ” ของเขาอาจกลายเป็นตัวชี้ชะตาว่า ยูไนเต็ด จะผ่านพ้นเทศกาลอันโหดร้ายนี้ไปได้หรือไม่

วูล์ฟแฮมป์ตันเสริมแกร่งเปิดตัวแจ็คสัน ชัตชูวา

ฤดูกาล 2024/25 ชัตชูวาถูกบันทึกว่ามีความเร็วเฉลี่ยสูงสุดในกัลโช่ เซเรียอาอยู่ที่ 34.88 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังทำความเร็วสูงสุดถึง 36.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในบางจังหวะ

เมื่อเปรียบเทียบกับพรีเมียร์ลีก นักเตะที่เร็วที่สุดคือ มิคกี้ ฟาน เดอ เวน ของท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่ทำได้ 37.1 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และครองสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ 37.38 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นั่นหมายความว่า ชัตชูวาอาจจะไม่ได้เร็วที่สุดในอังกฤษ แต่ความสามารถในการเร่งสปีดและพลังแฝงที่มี ทำให้เขาถูกมองว่าเป็น ตัวอันตรายในการสวนกลับและการป้องกันพื้นที่กว้าง

เส้นทางอาชีพ: จากเบลเยียมสู่พรีเมียร์ลีก

ชัตชูวาเริ่มต้นอาชีพกับ ชาเลอรัว สโมสรในบ้านเกิดประเทศเบลเยียม ก่อนจะถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เฮลลาส เวโรนา ในอิตาลี

  • ปีแรก เขาได้รับโอกาสลงสนามสม่ำเสมอและโชว์ศักยภาพด้านความเร็วและความแข็งแกร่ง

  • ปีต่อมา เวโรนาตัดสินใจซื้อขาดในปี 2024 และเขาก็กลายเป็นตัวหลักทันที

ตลอดฤดูกาล 2024/25 เขาลงเล่น 37 นัด ยิง 2 ประตู และจ่าย 3 แอสซิสต์ แสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นกองหลัง แต่ก็มีส่วนร่วมในเกมรุกไม่น้อย

การเสริมทัพของวูล์ฟส์ในซัมเมอร์นี้

Wolves sign fastest Serie A player Tchatchoua

ชัตชูวาไม่ใช่คนเดียวที่ถูกดึงเข้ามา เพราะวูล์ฟส์ลงทุนหนักในตลาดรอบนี้ โดยรวมแล้วพวกเขาได้เสริมทัพไปแล้ว 5 ราย ได้แก่

  1. แจ็คสัน ชัตชูวา – กองหลัง (12.5 ล้านยูโร)

  2. ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน – ศูนย์หน้าชาวนอร์เวย์ ย้ายถาวรจากการยืม (£23 ล้าน)

  3. เฟร์ โลเปซ – กองหน้า (£19 ล้าน)

  4. ฆอน อาเรียส – ปีกตัวจี๊ด (£15 ล้าน)

  5. เดวิด มอลเลอร์ โวลฟ์ – กองหลังดาวรุ่ง (£10 ล้าน)

นี่คือการลงทุนกว่า £77 ล้านปอนด์ ซึ่งสะท้อนว่าบอร์ดบริหารตั้งใจสร้างทีมใหม่ที่สดและเต็มไปด้วยพลังหนุ่ม

แท็กติก: ชัตชูวาจะช่วยทีมอย่างไร

ด้วยสไตล์ของวูล์ฟส์ที่มักเล่นเกมสวนกลับเร็ว ความเร็วของชัตชูวาคือกุญแจสำคัญ

  • เกมรับ: สามารถวิ่งไล่ปิดพื้นที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเวลาคู่แข่งเล่นบอลยาว

  • เกมรุก: เติมเกมจากด้านข้างได้เร็ว แถมยังมีทักษะการครอสที่พัฒนาเรื่อย ๆ

  • ความหลากหลาย: เล่นได้ทั้งแบ็กขวาและวิงแบ็ก เหมาะกับระบบ 3-5-2 หรือ 4-3-3

สิ่งนี้จะทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้จัดการทีม และสามารถเป็นอาวุธลับในเกมใหญ่ได้

ความหมายของดีลนี้ต่อพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกมักถูกมองว่าเป็นลีกที่รวบรวมนักเตะที่เร็วและแข็งแกร่งที่สุดในโลก การที่ชัตชูวาเข้ามา ทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับบรรดา “สปีดสตาร์” เช่น

  • มิคกี้ ฟาน เดอ เวน (สเปอร์ส)

  • ไคลน์ วอล์คเกอร์ (แมนฯ ซิตี้)

  • หลุยส์ ดิอาซ (ลิเวอร์พูล)

แฟนบอลหลายคนตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าเขาจะปรับตัวเข้ากับความเร็วระดับสูงของพรีเมียร์ลีกได้อย่างไร

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
contact telegram support
Lucky Button World Cup Spin