เบลลิงแฮม โฟเด้น เคน เล่นพร้อมกันไม่ได้ในระบบนี้

แฟนบอลทีมชาติอังกฤษอาจฝันถึงแนวรุกสุดโหดที่มีทั้ง จู๊ด เบลลิงแฮม, ฟิล โฟเด้น และ แฮร์รี่ เคน ลงสนามพร้อมกัน แต่โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนปัจจุบัน กลับมองต่างออกไป

นายใหญ่ชาวเยอรมันที่เข้ามารับตำแหน่งต่อจากแกเร็ธ เซาธ์เกต เมื่อช่วงกลางปี 2024 กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “สามคนนี้ไม่สามารถลงเล่นพร้อมกันได้ในระบบตอนนี้”

 เบลลิงแฮม & โฟเด้น — เมื่อทั้งคู่คือ “หมายเลข 10”

ทูเคิ่ลยืนยันว่า ในทีมชาติอังกฤษยุคใหม่ เบลลิงแฮม (Real Madrid) และ ฟิล โฟเด้น (Manchester City) ต่างถูกมองว่าเป็นผู้เล่นในบทบาท “หมายเลข 10”

“เรามีจู๊ดและมอร์แกน (ร็อดเจอร์ส จาก Aston Villa) ที่กำลังแย่งตำแหน่งนี้กันโดยตรง”
— ทูเคิ่ล กล่าวก่อนเกมคัดบอลโลกกับเซอร์เบียและแอลเบเนีย

ขณะเดียวกัน เขายังชี้ว่า โฟเด้นก็ไม่ใช่ปีกในแบบดั้งเดิมอีกต่อไป

“ผมไม่เห็นฟิลเป็นปีกอีกแล้ว เขาเป็นเหมือนส่วนผสมระหว่างหมายเลข 9 กับหมายเลข 10”
— ทูเคิ่ล ให้สัมภาษณ์กับ TalkSport

นั่นหมายความว่า ทั้งโฟเด้นและเบลลิงแฮมต่างต้องการ “พื้นที่เดียวกัน” บนสนาม — พื้นที่ระหว่างกลางสนามกับเขตโทษ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของเกมรุกในระบบของทูเคิ่ล

โครงสร้างสำคัญกว่าชื่อเสียง

Kane cannot play together in this system

เมื่อถูกถามตรง ๆ ว่า ทั้งสามคน — เบลลิงแฮม, โฟเด้น และกัปตันทีม แฮร์รี่ เคน — จะสามารถลงสนามพร้อมกันได้หรือไม่ ทูเคิ่ลตอบอย่างไม่อ้อมค้อมว่า

“ในตอนนี้ ถ้าเรายังใช้โครงสร้างแบบเดิม คำตอบคือ ‘ไม่ได้’”

เขาอธิบายต่อว่า การจะใส่นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ลงไปพร้อมกันอาจทำให้ “สมดุลของทีมเสียหาย” โดยเฉพาะในระบบที่เขาพยายามพัฒนาให้ “มีความชัดเจนเรื่องตำแหน่งของปีกและกองกลางตัวเชื่อม”

“พวกเขาเล่นด้วยกันได้ แต่ไม่ใช่ในโครงสร้างนี้ ไม่ใช่ในระบบที่เราพัฒนาไว้ ซึ่งต้องมีปีกอาชีพและผู้เล่นที่เชี่ยวชาญตำแหน่งของตนเอง”
— ทูเคิ่ลกล่าวย้ำ

ระบบของทูเคิ่ล: “ความยืดหยุ่นที่มีขอบเขต”

ตั้งแต่เข้ามาคุมทีมชาติอังกฤษ ทูเคิ่ลได้ปรับรูปแบบจาก 4-2-3-1 ที่เคยใช้ในยุคเซาธ์เกต มาเป็น 3-4-2-1 ที่เน้นเกมเพรสซิ่งและการครองบอลในแดนคู่แข่ง

  • เคน รับบท “ศูนย์หน้าตัวเป้า” ที่ถอยต่ำลงมาเชื่อมบอล

  • เบลลิงแฮม ถูกวางให้เป็น “หมายเลข 10” ที่มีอิสระสูงสุด

  • ส่วนอีกฝั่งของสนามต้องมี “ผู้เล่นริมเส้นธรรมชาติ” เพื่อรักษาความกว้างของเกม เช่น บูกาโย่ ซาก้า หรือ แจ็ค กรีลิช

ดังนั้น หากโฟเด้นถูกจับมาเล่นหมายเลข 10 อีกคน แผนจะขาดความสมดุลทันที

“ผมต้องการให้เกมรุกมีโครงสร้างที่ชัดเจน ถ้ามีสองหมายเลข 10 ที่เล่นในลักษณะเดียวกัน พื้นที่ตรงกลางจะซ้อนกันหมด และทำให้เกมรุกตัน”
— ทูเคิ่ล อธิบาย

การตัดสินใจที่กล้าหาญ — และเสียงวิจารณ์ที่ตามมา

คำพูดของทูเคิ่ลสร้างเสียงฮือฮาไม่น้อยในหมู่แฟนบอลอังกฤษ เพราะทั้งเบลลิงแฮมและโฟเด้นต่างเป็น “ขวัญใจมหาชน” ที่แฟน ๆ อยากเห็นลงสนามพร้อมกัน

อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ อลัน เชียเรอร์ แสดงความคิดเห็นผ่าน BBC Radio 5 ว่า

“มันเป็นสถานการณ์หรูหรา — คุณมีนักเตะพรสวรรค์สูงหลายคน แต่ในระดับทีมชาติ คุณต้องเลือกคนที่เหมาะกับระบบ ไม่ใช่แค่ใส่ชื่อใหญ่ ๆ ลงไป”

ขณะที่บางคนมองว่าทูเคิ่ล “อนุรักษ์นิยมเกินไป” และควรหาทางปรับระบบให้ดาวรุ่งทั้งสองได้เล่นร่วมกันในเกมรุก

อดีตผู้เล่นทีมชาติอังกฤษอย่าง เจอร์เมน เจนาส กล่าวว่า

“คุณไม่สามารถปล่อยให้เบลลิงแฮมกับโฟเด้นนั่งสำรองผลัดกันได้ตลอดไป อังกฤษต้องหาทางใช้พวกเขาให้ได้พร้อมกัน”

บทบาทของแฮร์รี่ เคน: หัวใจในระบบทุกแบบ

แม้จะมีการปรับโครงสร้างหลายครั้ง แต่ชื่อของ แฮร์รี่ เคน ยังคงเป็น “จุดศูนย์กลาง” ที่ทูเคิ่ลไม่เคยแตะต้อง

เคนยังคงเป็นกัปตันทีมและตัวหลักในทุกเกม โดยบทบาทของเขาไม่ได้มีแค่การทำประตู แต่ยังรวมถึงการเชื่อมเกมระหว่างกลางสนามกับแนวรุก

ทูเคิ่ลกล่าวชื่นชมว่า

“แฮร์รี่คือศูนย์กลางของทุกอย่าง เขาเป็นทั้งเพลย์เมกเกอร์และผู้จบสกอร์ เขาทำให้ทีมสมดุลได้แม้เปลี่ยนระบบก็ตาม”

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าการที่เคนถอยลงต่ำบ่อย ทำให้ตำแหน่งหมายเลข 10 ต้องเลือกใช้ผู้เล่นที่สามารถ “วิ่งสอด” ได้ดี ไม่ใช่ผู้ที่ต้องการบอลเท้าอยู่ตลอดเวลา

ทางเลือกของทูเคิ่ล: โรเจอร์ส, ซาก้า และความหลากหลาย

ในขณะที่เบลลิงแฮมและโฟเด้นถูกจำกัดบทบาท ทูเคิ่ลให้โอกาสดาวรุ่งอย่าง มอร์แกน โรเจอร์ส (Aston Villa) ได้เข้ามาท้าชิงตำแหน่งหมายเลข 10

“มอร์แกนเป็นนักเตะที่เล่นได้ทั้งกลางและริมเส้น เขามีความเร็วและเข้าใจแท็กติกดีมาก เขาเป็นคู่แข่งตรงของเบลลิงแฮมในตอนนี้”
— ทูเคิ่ล กล่าว

ส่วนตำแหน่งปีกขวาและซ้าย ยังคงเป็นของ บูกาโย่ ซาก้า และ แจ็ค กรีลิช หรือบางครั้งก็ใช้ โคล พาล์มเมอร์ เป็นตัวเลือกเสริม

วิเคราะห์เชิงแท็กติก: ทำไมทั้งสามจึง “ชนกันเอง”

ในทางแท็กติก ทั้งเบลลิงแฮมและโฟเด้นเป็นผู้เล่นที่ ชอบยืนใน “Half-space” หรือพื้นที่ระหว่างกลางกับริมเส้น ซึ่งต้องการอิสระในการเคลื่อนที่สูง

เมื่อเคนถอยต่ำลงมาเชื่อมบอล ทั้งคู่จะดันขึ้นมาในตำแหน่งเดียวกัน ส่งผลให้พื้นที่ในแนวรุกถูกซ้อนและทีมขาดจังหวะในเกมสวนกลับ

นักวิเคราะห์จาก The Athletic อธิบายว่า

“มันไม่ใช่ว่าพวกเขาเล่นด้วยกันไม่ได้ แ

คืนแห่งการแจ้งเกิดอีกครั้งฟิล โฟเดน คืนรอยยิ้มให้แมนฯ

ในค่ำคืนที่สนามเอติฮัด สเตเดียม เต็มไปด้วยเสียงเชียร์และประกายแสงจากแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีชายคนหนึ่งที่กลายเป็นศูนย์กลางของทุกสายตา — ฟิล โฟเดน (Phil Foden)

กองกลางวัย 25 ปีรายนี้ไม่เพียงพา “เรือใบสีฟ้า” คว้าชัยเหนือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 4-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อคืนวันพุธเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณให้ทั้งประเทศอังกฤษเห็นว่า “ดาวรุ่งขวัญใจเมืองแมนเชสเตอร์” กำลังกลับมาสู่จุดสูงสุดของเขาอีกครั้ง

หลังผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก ทั้งอาการบาดเจ็บ ปัญหานอกสนาม และฟอร์มตกในฤดูกาลก่อน — คืนนี้คือค่ำคืนที่โฟเดน “ยิ้มได้อีกครั้ง”

ฤดูกาลแห่งความผิดหวังที่ต้องลืม

ย้อนกลับไปในฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้ง โฟเดน และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างเผชิญกับช่วงเวลาที่น่าผิดหวัง

ซิตี้จบฤดูกาลโดย “มือเปล่า” เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี — ไม่มีแชมป์พรีเมียร์ลีก, ไม่มีแชมเปียนส์ลีก, ไม่มีถ้วยใด ๆ ติดมือ ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่คุ้นเคยเลยสำหรับทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา

ส่วนโฟเดนเองก็ต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าเรื้อรัง รวมถึงปัญหาส่วนตัวที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจ เขาเคยเปิดเผยภายหลังว่า “มันเป็นปีที่มืดมนที่สุดในอาชีพค้าแข้งของผม”

“ผมรู้สึกเหมือนหลงทางในบางช่วง” โฟเดนเคยให้สัมภาษณ์กับ The Guardian “มันไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่รวมถึงทุกอย่างรอบตัวด้วย ผมต้องเรียนรู้ที่จะจัดการกับชื่อเสียง ความคาดหวัง และแรงกดดัน”

การกลับมาด้วยรอยยิ้มและความมั่นใจ

rebirth brings smiles back to Man Utd

แต่ฤดูกาลนี้ เรื่องราวดูแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

โฟเดนเริ่มต้นซีซันได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยผลงาน 4 ประตูและ 3 แอสซิสต์จาก 13 นัด รวมทุกรายการ พร้อมกับการเล่นที่เปี่ยมด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และจังหวะเฉียบคมเหมือนที่แฟนบอลเคยหลงรัก

ในเกมกับดอร์ทมุนด์ เขาไม่เพียงมีส่วนร่วมกับทุกจังหวะสำคัญ แต่ยังยิงประตูได้อย่างงดงามในครึ่งหลัง กลายเป็น “พระเอกของค่ำคืน” แทนที่เออร์ลิง ฮาแลนด์ ซึ่งปกติเป็นผู้รับความสนใจจากสื่ออยู่เสมอ

“ผมรักความรู้สึกนี้นะ” โฟเดนกล่าวหลังเกมกับ TNT Sports
“ผมแค่ต้องเล่นฟุตบอลด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า — ซึ่งตอนนี้ผมทำได้แล้ว ปีที่แล้วยากมากสำหรับผมและทุกคนในทีม แต่ปีนี้เรามีความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น”

Togethernessพลังใหม่ในห้องแต่งตัวซิตี้

สิ่งที่น่าสนใจคือ โฟเดนพูดถึงคำว่า Togetherness อยู่หลายครั้ง — คำที่สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศในทีมที่กลับมา “กลมเกลียว” หลังฤดูกาลที่วุ่นวาย

กวาร์ดิโอลาเคยยอมรับว่า ฤดูกาลที่แล้วห้องแต่งตัวของทีมเต็มไปด้วยความกดดันและความผิดหวัง หลายคนเริ่มรู้สึกเหนื่อยกับความคาดหวังที่สูงเกินไป แต่ปีนี้สิ่งต่าง ๆ ดูผ่อนคลายขึ้น

“เรามีทีมที่อายุน้อย สดใหม่ และมีแรงกระตุ้นใหม่ ๆ” เป๊ปกล่าว “ฟิลเป็นตัวอย่างที่ดี — เขาเล่นฟุตบอลด้วยหัวใจ เขาคือหนึ่งในคนที่ทำให้ห้องแต่งตัวกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”

โฟเดนในบทบาทใหม่จาก เด็กมหัศจรรย์ สู่ ผู้นำในสนาม”

แม้จะยังอายุเพียง 25 ปี แต่โฟเดนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่อยู่กับทีมยาวนานที่สุดในยุคของเป๊ป เขาถูกดันขึ้นจากอคาเดมีตั้งแต่อายุ 17 และถูกยกย่องว่าเป็น “เพชรเม็ดงามแห่งสต็อกพอร์ต”

จากอดีตที่ต้องแข่งขันแย่งตำแหน่งกับนักเตะระดับโลกอย่าง ดาบิด ซิลบา, เควิน เดอ บรอยน์ และริยาด มาห์เรซ วันนี้เขากลายเป็นหัวใจสำคัญของเกมรุกทีม

ในระบบใหม่ของซิตี้ โฟเดนถูกวางให้เล่น “กลางรุกกึ่งปีกขวา” มีอิสระในการเคลื่อนที่เข้าในและเชื่อมเกมระหว่างแดนกลางกับฮาแลนด์ ผลลัพธ์คือการสร้างสรรค์เกมที่ลื่นไหลและคาดเดายาก

อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ โจ โคล วิเคราะห์ผ่าน BT Sport ว่า

“ตอนนี้ฟิลเล่นเหมือนนักเตะที่โตเต็มวัย เขาไม่ได้แค่พยายามโชว์ทักษะ แต่รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องผ่าน เมื่อไหร่ต้องยิง — นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากเมื่อ 2-3 ปีก่อน”

คืนที่ทำให้ทุกคนพูดถึง

ในเกมกับดอร์ทมุนด์ โฟเดนไม่เพียงยิงประตู แต่ยังมีส่วนร่วมกับจังหวะขึ้นเกมแทบทุกครั้ง เขาเรียกฟาวล์ได้หลายหน และสร้างโอกาสให้เพื่อนยิงถึง 5 ครั้ง — มากที่สุดในเกม

จังหวะประตูที่สามของซิตี้ในนัดนั้น สะท้อนให้เห็นความมั่นใจของเขาอย่างแท้จริง — รับบอลจากแบร์นาร์โด ซิลวา ก่อนแตะหลอกแนวรับแล้วปั่นด้วยซ้ายเข้าเสาไกลแบบสุดคลาสสิค เสียงเชียร์ “ฟิล โฟเดน ลาลาลา” ดังสนั่นเอติฮัด

หลังจบเกม เป๊ปถึงกับเอ่ยปากว่า

“คืนนี้เป็นคืนของเขา ผมไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลย ฟิลตอบทุกอย่างในสนามแล้ว”

แฟนบอลและสื่ออังกฤษฟิลกลับมาแล้ว

หลังจบเกม สื่อแทบทุกสำนักในอังกฤษต่างพาดหัวไปในทิศทางเดียวกัน — “Foden back to his best.”

แฟนบอลในโลกออนไลน์ต่างร่วมกันยกย่องฟอร์มของเขา บางคนถึงขั้นบอกว่า “นี่คือโฟเดนที่เรารอคอยมาตลอด”

บัญชีทางการของ Manchester City ทวีตภาพโฟเดนกำลังฉลองประตู พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า

“Stockport’s finest ✨”

ส่วนแฟนบอลรายหนึ่งใน X (Twitter) เขียนว่า

“เมื่อฟิลโฟเดนยิ้ม ซิตี้ก็เล่นฟุตบอลที่งดงามที่สุดในโลก”

ความหวังทีมชาติ สายตาไปที่ “แกเร็ธ เซาธ์เกต”

ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมในสโมสร ทำให้แฟนบอลอังกฤษเริ่มตั้งคำถามว่า — ถึงเวลาหรือยังที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต จะเรียกโฟเดนกลับมาติดทีมชุดใหญ่แบบถาวรอีกครั้ง

ทีมชาติอังกฤษกำลังเตรียมตัวสำหรับศึก ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก กับ เซอร์เบีย และ แอลเบเนีย ในวันที่ 13 และ 16 พฤศจิกายน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของฟิลในการกลับมาสวมเสื้อ “สิงโตคำราม” อีกครั้ง

อดีตผู้เล่นทีมชาติอังกฤษอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด แสดงความคิดเห็นว่า

“ผมคิดว่าเขาควรอยู่ในทีมแน่นอน ฟอร์มตอนนี้ของเขาดีกว่ากองกลางอังกฤษคนไหน ๆ เขาเล่นด้วยความมั่นใจและมีจินตนาการ — ซึ่งคือสิ่งที่เราต้องการในทีมชาติ”

จากเสียงวิจารณ์สู่แรงผลักดัน

ในช่วงปีที่ผ่านมา โฟเดนตกเป็นเป้าโจมตีจากบางสื่อที่มองว่าเขา “ไม่พัฒนาเท่าที่ควร” หลังถูกยกให้เป็น “เด็กมหัศจรรย์” มาหลายปี

แต่แทนที่จะตอบโต้ด้วยคำพูด เขากลับเลือกตอบด้วยฟอร์มในสนาม — และค่ำคืนกับดอร์ทมุนด์คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

“ผมไม่ต้องการพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น ผมแค่ต้องการสนุกกับฟุตบอล และช่วยทีมคว้าชัยชนะ” เขากล่าวหลังเกม

เส้นทางต่อไปความต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญ

แม้ผลงานของโฟเดนในฤดูกาลนี้จะน่าประทับใจ แต่สิ่งที่เขาต้องการที่สุดในตอนนี้คือ “ความสม่ำเสมอ”

เป๊ป กวาร์ดิโอลา เคยพูดไว้ว่า

“ฟิลมีทุกอย่างที่จะเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก แต่เขาต้องเรียนรู้ที่จะรักษามาตรฐานของตัวเองทุกสัปดาห์”

และดูเหมือนว่า โฟเดนกำลังทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งในแง่ฟอร์มการเล่น, ทัศนคติ และความเป็นผู้นำในสนาม

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
contact telegram support
Lucky Button World Cup Spin